seg_banner_history
seg_banner_history_1

Making your way around through the passionate world of espresso is easy if you follow "A guide to your perfect espresso"

การได้มาซึ่งเมล็ดกาแฟที่ได้มาตรฐานของ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ ทุกองค์ประกอบต้องได้รับการใส่ใจในทุกรายละเอียด อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้การที่เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ เป็นเจ้าของไร่กาแฟ Nossa Senhora da Gula ในประเทศบราซิลเองนั้น ทำให้การควบคุมดูแลผลิตผล สามารถเป็นไปอย่างใกล้ชิดและได้คุณภาพในทุกขั้นตอน

From Berries to Coffee Beans

จากต้น…สู่เมล็ดกาแฟ
ไร่ปลูกกาแฟที่ดีต้องอยู่ในพื้นที่มีความร้อน ความชื้นและความสม่ำเสมอของอุณหภูมิระหว่าง 15 – 25 องศาเซลเซียส กาแฟพันธุอราบิก้า จะเจริญเติบโตได้ดีในที่สูง 900 – 2,000 เมตร ในขณะที่กาแฟพันธุ์โรบัสต้า จะเจริญเติบโตได้ดีในที่สูงเพียง 500 เมตรเท่านั้น ผลของกาแฟทั้ง 2 ชนิดเมื่อสุกแล้วจะเป็นสีเหลืองและแดง เรียกว่าลูกเบอร์รี่ และจะถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือ ซึ่งมีวิธีการอยู่ 2 วิธี คือการเลือกเด็ดลูกที่สุกทีละลูก และการเด็ดทีเดียวทั้งก้าน หลังจากนั้นลูกเบอร์รี่จะถูกนำไปเข้ากระบวนการนำเปลือกออกจากเมล็ดกาแฟที่อยู่ด้านใน ซึ่งมี 2 วิธีคือ วิธีกาคตากแห้ง (Dry) ที่เปลือกจะแยกออกจากเมล็ดกาแฟ หลังจาก 4 สัปดาห์ และอีกวิธีหนึ่ง คือวิธีใช้น้ำ (Wet) ซึ่งเปลือกจะหลุดออกจากเมล็ดกาแฟภายใน 12 – 24 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากการเก็บเกี่ยววิธีการนี้ต้องใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพมาช่วยในการแยกเปลือและคัดเลือกเฉพาะเมล็ดกาแฟที่ได้มาตรฐาน โดยใช้น้ำเป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งวิธีการแบบใช้น้ำ (wet) นี้ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า แต่ก็ได้ประสิทธิภาพมากกว่าในการรักษา คุณภาพกาแฟ

seg_banner_history_2
coffee_brew

From the finished product to the coffee in your cup

      หลังจากที่ได้เมล็ดกาแฟมาตรฐานแล้ว กระบวนการที่ทำให้รสชาติ และกลิ่นที่ซ๋อนอยู่ในเมล็ดกาแฟออกมานั้น คือ การครั่ว ซึ่งการคั่วที่สมบูรณ์แบบนั้น จะสามารถดึงเอาความเข้มข้น ความหอมจากเมล็ดกาแฟออกมาได้ในระหว่างการคั่วและการพักตัว ของเมล็ดกาแฟ เซกาเฟรโด ซาเสตติ เอสเพรสโซใส่ใจ และให้ความสำคัญในกระบวนการคั่วเป็นอย่างมาก เพราะเป็น กระบวนการที่ละเอียดอ่อนที่มีผลต่อรสชาติของกาแฟโดยตรง ปัจจุบัน เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ เป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ ถึง 9 แห่งทั่วโลก กระจายอยู่ทั้งในทวีปยุโรป และอเมริกา โดยสัญญาและรับรองจะมอบกาแฟคุณภาพที่ได้มาตรฐานสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วโลก การเก็บรักษาและถนอมเมล็ดกาแฟก็มีความสำคัญ การที่เมล็ดกาแฟจะคงคุณภาพอยู่ได้นานนั้นจะต้องได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการที่ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟ จึงมีความสามารถในด้านการบรรจุและจัดเก็บเมล็ดกาแฟ ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย และมีคุณภาพสูง ทำให้สามารถเก็บรักษาคุณภาพกาแฟได้อย่างดีเยี่ยม

Espresso according to Segafredo Zanetti Espresso

กาแฟที่เป็นสัญลักษณ์ของอิตาลีก็คือ เอสเพรสโซ การชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ เป็นวิธีที่สรรค์สร้างให้รสชาติ กลิ่น และรูปลักษณ์ของกาแฟมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยใช้เครื่องชง ที่มีแรงอัดไอน้ำในอุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส ให้ไหลผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด ซึ่งวิธีการชงเช่นนี้จะทำให้ได้กาแฟเอสเพรสโซที่มีกลิ่นหอม พร้อมรสชาตินุ่ม แต่เข้มข้นและหนักแน่น

      กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถเรียกว่า เป็นเอสเพรสโซได้ เพราะเอสเพรสโซเปรียบเสมือนบทเพลงของวงออเคสตร้า ที่เกิดขึ้นจากเครื่องดนตรีหลากชนิด ซึ่งตรงกันกับปรัชญาของ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ ที่ว่า เอสเพรสโซแบบอิตาเลียนที่แท้จริง เปรียบเสมือนแชมเปญชั้นดีจากฝรั่งเศสที่ได้จากการหมักบ่มขององุ่นนานาพันธุ์ ที่คัดสรรเป็นอย่างดีจากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน เพื่อนำมาซึ่งเครื่องดื่มระดับโลก ซึ่งก็มีแต่ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ รายเดียวเท่านั้นในโลก ที่ใช้ทฤษฎีเดียวกันนี้ในการผลิตกาแฟ โดยคัดเลือกเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ดีที่สุด คือ อราบิก้า และโรบัสต้า ที่พิถีพิถันคัดสรร เพาะปลูกและใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ นำมาผสมผลานให้เข้ากันเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อกาแฟเอสเพรสโซที่ดีที่สุด
coffee_mate